การเดินทางเริ่มจากกรุงเทพ ผ่านจังหวัดสระบุรี สีคิ้ว เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านจังหวัดชัยภูมิ ภูเขียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ จากนั้นเลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอุทยานแห่งชาติภูผาม่านและตำบลผานกเค้า เข้าสู่อุทยานฯ
รถทัวร์
เส้นทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ลง ณ ผานกเค้า แล้วต่อรถสองแถวเพื่อเดินทางไปยังที่ทำการอุทยาน โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที
• รถทัวร์สายกรุงเทพ - เมืองเลย มีบริษัทให้บริการได้แก่บริษัท ขนส่งจำกัด แอร์เมืองเลย ภูกระดึงทัวร์ ขอนแก่นทัวร์ ศิขรินทร์ทัวร์ และชุมแพทัวร์
• รถโดยสารระหว่างจังหวัดที่ผ่านอำเภอภูกระดึงคือ สายขอนแก่น - เมืองเลย และบริษัทนครชัยขนส่ง สาย เลย -พัทยา - ระยอง และ สายนครราชสีมา - เชียงคาน
เส้นทางขึ้นที่อำเภอภูกระดึง
เป็นเส้นทางเก่าแก่และได้รับความนิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาในเส้นทางนี้ได้ที่อำเภอภูกระดึง ณ ที่ทำการอุทยาน ในเส้นทางขึ้นจะมีบริเวณที่พักหลายช่วง โดยแต่ละช่วงจะเรียกว่า ซำ ซึ่งหมายถึงบริเวณที่มีน้ำขัง มักเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่ามาพักกินน้ำ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านทั้งหมด 7 ซำ ไล่ตามความสูง จากน้อยไปมากได้ดังนี้
* ซำแฮก คำว่า แฮก นักท่องเที่ยวทั่วไปมักล้อเลียนว่ามีความหมายถึงอาการหอบ (ซึ่งคนเรามักจะออกเสียง แฮกๆ) แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำว่า แฮก นี้หมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภาษาท้องถิ่น. ระยะทางที่ต้องเดินจากที่ทำการไปยังซำแฮกยาวประมาณ 1 กิโลเมตร
* ซำบอน หมายถึงบริเวณที่ต้นบอนขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำแฮกไปยังซำบอนยาวประมาณ 700 เมตร
* ซำกกกอก หมายถึงบริเวณที่ต้นมะกอกขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำบอนไปยังซำกกกอกยาวประมาณ 360 เมตร
* ซำกกหว้า หมายถึงบริเวณที่ต้นหว้าขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกกอกไปยังซำกกหว้ายาวประมาณ 880 เมตร
* ซำกกไผ่ หมายถึงบริเวณที่ต้นไผ่ขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกหว้าไปยังซำกกไผ่ยาวประมาณ 580 เมตร
* ซำกกโดน หมายถึงบริเวณที่ ต้นกระโดน ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นทางอีสานขึ้นอยู่ ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกไผ่ไปยังซำกกโดนยาวประมาณ 300 เมตร
* ซำแคร่ ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกโดนไปยังซำแคร่ยาวประมาณ 588 เมตร
* และ ผานกเค้า สถานที่แวะพักผ่อนที่สำคัญก่อนถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเริ่มจากที่ทำการไปยังซำแฮก และเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงซำแคร่. ในแต่ละซำจะมีร้านค้าคอยให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อพักรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม และห้องน้ำ. โดยหลังจากซำแคร่ซึ่งเป็นซำสุดท้ายนักท่องเที่ยวก็ต้องขึ้นไปอีกประมาณ 1020 เมตร เพื่อเข้าสู่ยอดเขาในส่วนที่เรียกกันว่าหลังแป. ทางที่จะขึ้นไปยัง ซำแฮก และ หลังแป จะเป็นเส้นทางที่มีความชันมากที่สุด. หลังจากขึ้นถึงหลังแป, นักท่องเที่ยวต้องเดินทางราบอีกประมาณ 3.6 กิโลเมตรเพื่อไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนยอดเขา เพื่อตั้งเต๊นท์ หรือ ที่พักอาศัยอื่นๆ ณ จุดยอดเขานี้นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นป่าสนมากมายเรียงรายกันตลอดทาง
เส้นทางขึ้นที่อำเภอน้ำหนาว
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึงได้ที่บ้านฟองใต้อำเภอน้ำหนาว ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นเขาเส้นทางใหม่ โดยจะขึ้นไปที่ผาหล่มสักโดยตรง. เส้นทางขึ้นใหม่ที่น้ำหนาวนี้ในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2548) ยังไม่มีร้านค้าให้หยุดพักผ่อนระหว่างทางเหมือนเส้นทางแรก
เส้นทางท่องเที่ยวบนยอดเขาภูกระดึง
เส้นทางท่องเที่ยวบนยอดเขาภูกระดึงแบ่งออกได้เป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือบริเวณท่องเที่ยวปกติ และบริเวณป่าปิด โดยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวปกติก็จะแบ่งได้เป็นสองเส้นทางคือ เส้นทางน้ำตก และ เส้นทางเลียบผา ส่วนบริเวณป่าปิดก็จะแบ่งได้เป็น เส้นทางน้ำตกขุนพอง และ เส้นทางผาส่องโลก
เส้นทางเลียบผา
จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนยอดเขา นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปยังเส้นทางเลียบผา โดยมีผาต่างๆ ที่มีชื่อเสียงดังนี้
ทะเลหมอกยามเช้าที่ผานกแอ่น
* ผานกแอ่น อยู่ทางทิศตะวันออก ห่างจากศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1.1 กิโลเมตร เป็นสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวมักเตรียมตัวมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ในฤดูหนาวและฤดูฝนนักท่องเที่ยวอาจได้พบกับทะเลหมอกที่นี่
* ผาหมากดูก อยู่ทางทิศตะวันตก ห่างจากศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่ไม่มีเวลามากนัก มักตัดสินใจดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่เนื่องจากระยะทางไม่ไกลจากที่พักมาก
* ผาจำศีล อยู่ถัดจากผาหมากดูกเป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร
* ผานาน้อย อยู่ถัดจากผาจำศีลเป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร
* ผาเหยียบเมฆ อยู่ถัดจากผานาน้อยเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
* ผาแดง อยู่ถัดจากผาเหยียบเมฆเป็นระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร
* ผาหล่มสัก อยู่ถัดจากผาแดงเป็นระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร อยู่สุดริมภูกระดึงทางทิศตะวันตก นักท่องเที่ยวส่วนมากต่างรอคอยเฝ้าดูพระอาทิตย์ตกดินยามอัสดงที่ผาแห่งนี้ เมื่อมองออกไปจากผาหล่มสัก จะสามารถมองเห็นภูผาจิตของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในภูเขาฝั่งตรงข้าม
ทำไมเราไปถ่าย ไม่ได้รูปแบบนี้ น่ะ สวย อ่ะ
สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บนภูกระดึง
* กวาง นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึงจะได้พบกับกวางแน่นอน เนื่องจากมีกลุ่มกวางจำนวนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ได้เลี้ยงเอาไว้ ทำให้กวางกลุ่มนี้ไม่หนีคน. กวางตัวแรกที่เจ้าหน้าที่ได้เลี้ยงเอาไว้ชื่อ คำหล้า เป็นกวางตัวเมีย ตัวที่สองเป็นตัวผู้ชื่อ คัมภีร์
* ทาก สัตว์ตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ทาก นี้มีชื่อเสียงไม่แพ้สัตว์ใหญ่ตัวอื่นๆ เนื่องจากมักเป็นที่หวาดกลัวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก (โดยมากเป็นเพราะนักท่องเที่ยวรู้สึกขยะแขยงสัตว์ชนิดนี้ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่กินเลือดของสิ่งที่มีชีวิตด้วยกัน) ทากบนภูกระดึงจะพบมากในฤดูฝน และมีมากในบริเวณที่พักอาศัย เส้นทางน้ำตก และบริเวณป่าปิด. เจ้าหน้าที่บางท่านเล่าว่าทากบนภูกระดึงเป็นคนละประเภทกับทากที่ อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ที่มีขนาดใหญ่กว่า สามารถเกาะตามกิ่งไม้สูง และ พุ่งกระโดดไปเกาะยังสัตว์เลือดอุ่นได้อย่างรวดเร็ว ทากที่กระโดดได้นี้จะมีสีเขียว และเรียกว่า "ทากตอง"
* สุนัขป่าหรือที่เรียก ว่า หมาป่า ^^ เดิมจะอยู่ในส่วนป่าสน ด้านบน หากินกันเป็นฝูงใหญ่ แต่ปัจจุบันเข้ามาหากินใกล้บริเวณที่ทำการมากขึ้น สามารถพบเห็นได้บริเวณร้านค้าที่ทำการด้วย
* หมูป่าหรือที่เรียก ว่า หมูป่า ^^ แปล ทำไม 55++ เคยพบตัวในบริเวณป่าปิดสอง แต่ปัจจุบันมีกระจายอยู่ทั่วไป แม้ในส่วนที่มีคนท่องเที่ยวด้วย
พรรณไม้ที่มีชื่อเสียงของภูกระดึง
* ต้นเมเปิล ก่วมแดง หรือ ไฟเดือนห้า เป็นพรรณไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูกระดึง จะแดงสดในฤดูหนาว (ราวๆ เดือนธันวาคม) เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ แนะนำว่าถ้านักท่องเที่ยวต้องการเห็นเมเปิ้ลสีแดงสดจริงๆ ควรโทรมาสอบถามที่อุทยานฯ ก่อน
* ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง พบได้เป็นดงในบริเวณใกล้ผานาน้อยจนถึงผาแดง
* ดอกกระเจียว ทุ่งดอกกระเจียวพบได้ในบริเวณใกล้ผาเหยียบเมฆจนถึงผาแดง โดยปกติดอกกระเจียวจะออกดอกสวยงามในช่วงเดือนเมษายน โดยในเดือนพฤษภาคมก็จะยังพบดอกกระเจียวบานอยู่ แต่ว่าอาจจะถูกแมลงและสัตว์ต่างๆ กัดกินดอกและใบของมันไปบ้าง
เดี๋ยวตอนต่อไป จะพาไปดู ทริป ที่ไป ภูกระดึง มาให้ดู น่ะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น